ประกันชีวิตกับการลดหย่อนภาษี

ประกันชีวิต หนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบการลงทุนในระยะยาวที่มีความเสี่ยงต่ำ และในขณะเดียวกันก็มีสภาพคล่องที่ต่ำด้วยเช่นเดียวกัน ในการประกันชีวิตสิ่งที่ได้จะเป็นความคุ้มครองตามสัญญาในกรมธรรม์ โดยผู้เอาประกันชีวิตจะไม่สามารถนำเงินที่เป็นผลตอบแทนออกมาใช้ได้ก่อนครบกำหนดสัญญาได้ หรือถ้าได้ก็ต้องมีการยกเลิกสัญญาไปเลย และผลของสัญญาก็จะสิ้นสุดไปด้วย แต่สิ่งที่จะตามมาจากการทำประกันชีวิตก็คือ การได้รับสิทธิในการนำค่าเบี้ยประกันที่เราชำระไปในแต่ละเดือนมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้นั้นเอง แต่คำถามก็คือ เราใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีไปถูกต้องหรือไม่ โดยในวันนี้เราจะบอกเล่าถึงการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตมาฝากกันครับ ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไร 1. ประกันชีวิตแบบทั่วไป ที่มีกำหนดอายุสัญญาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิตตลอดชีพ ประกันออมทรัพย์ โดยหลักการนี้จะต้องเข้าเงื่อนไขของกรมสรรพากร คือ ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขอีกว่า หากมีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์คืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมที่จ่ายไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่หนึ่ง ลดหย่อน 10,000 บาท แรกสามารถใช้ร่วมกับสิทธิส่วนตัว ส่วนที่สอง คือส่วนที่เกิน 10,000 บาท สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ในเงินได้พึงประเมินก่อนหักค่าใช้จ่าย แต่ต้องไม่เกิน 90,000 บาท 2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นแบบประกันที่จะจ่ายคืนผลประโยชน์ให้เป็นรายงวด งวดละเท่าๆกัน …

เรื่องที่ต้อง “เสี่ยง” หากคุณไม่ทำประกันชีวิต

เราทุกคนต่างก็มีรายจ่ายที่จะต้องจ่ายในแต่ละวัน ซึ่งการทำประกันชีวิต หลายๆคนมองว่ามันเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิต แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า หากท่านไม่ทำประกันชีวิต สิ่งที่ท่านเสี่ยงที่จะเจอ คืออะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ ค่ารักษาพยาบาล ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณไม่สามารถเลี่ยงเรื่องการเจ็บป่วยได้ และคุณไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ว่าคุณจะป่วยเมื่อไหร่ ซึ่งหากคุณซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันพวกนี้จะคุ้มครองค่ารักษาตามวงเงินที่คุณได้ซื้อไว้ ทำให้คุณไม่ต้องนำเงินออมออกมาใช้เพื่อการรักษาจนหมดตัว ค่าผ่าตัด เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ และค่าผ่าตัดถือเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ การที่คุณมีประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการผ่าตัด จะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น ค่ารักษาโรคที่เป็นเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง เบาหวาน ความดัน ไตวาย ล้วนแล้วต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกครั้งที่ไปหาหมอก็ต้องจ่ายเงิน ซึ่งนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่หนักมาก บางคนถึงขั้นต้องหยุดการรักษาเพราะไม่มีเงินมาจ่ายในจุดนี้ แต่หากคุณมีประกันชิวิต หรือประกันสุขภาพ คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อีก ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหลังจากได้เกษียณไปแล้ว เมื่อคุณเกษียณแล้วคุณก็ไม่สามารถที่จะทำงานหรือหารายได้มาได้อีก เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือเงินเก็บที่คุณได้เก็บมา ซึ่งการทำประกันแบบออมทรัพทย์ระยะยาวก็จะช่วยคุณในเรื่องนี้ได้ เงินค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวเมือหัวหน้าครอบครัว หรือผู้ดูแลครอบครัวเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งการทำประกันชีวิต หรือสุขภาพ จะมีเงินชดเชยรายวันให้กับคุณ จึงช่วยให้คุณสบายใจได้ว่าในขณะที่คุณป่วย ไม่สามารถหาเงินได้นั้น คุณยังได้รับเงินชดเชยจากประกันมาดูแลครอบครัวของคุณ ดังนั้น จึงมองข้ามไม่ได้เลว่า การทำประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพมีความสำคัญในชีวิตใครหลายๆคน เราควรเลือกพิจารณาเลือกประกันตามความเหมาะสม …